Guest Relation

Flowers 48

Published on สิงหาคม 26th, 2014 | by Divali

0

ดอกดิน ชื่อสามัญ Broomrape

ดอกดิน ชื่อสามัญ Broomrape[5]
ดอกดินแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Aeginetia indica Linn.[1] หรือ Aeginetia indica Roxb.[จัดอยู่ในวงศ์ OROBANCHACEAE[1]
ดอกดินแดง ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกว่า ข้าวก่ำนกยูง หญ้าดอกขอ (เลย), ปากจะเข้ (ภาคอีสาน), สบแล้ง (สงขลา), ซอซวย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), เหย่กู (จีนกลาง) , กะเปเส้, เพาะลาพอ, ดอนดิน เป็นต้น

ลักษณะของดอกดินแดง
ต้นดอกดินแดง จัดเป็นพืชจำพวกกาฝากขึ้นบนรากไม้อื่น มีอายุได้ประมาณ 1 ปี ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สูงประมาณ 15-25 เซนติเมตร บ้างว่าสูงได้ประมาณ 40-50 เซนติเมตร โคนต้นมีกาบใบสีชมพูอ่อนประมาณ 1-2 ใบห่อหุ้มอยู่ มีก้านเดียวแทงขึ้นมากรากไม้อื่น ต้นไม่มีการแตกกิ่งก้านและไม่มีใบ ปลายก้านออกดอกเป็นดอกเดี่ยว สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้หัว หน่อ หรือเหง้า โดยต้นดอกดินแดงมีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ตอนกลางของทวีปเอเชีย มาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะบริเวณที่ค่อนข้างชื้นในป่าเต็งรัง พบได้มากทางภาคเหนือและทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ใบดอกดินแดง ไม่มีใบ[1] บ้างก็ว่ามีใบเป็นเกล็ดขนาดเล็กที่โคนกอ มองเห็นได้ยาก โดยจะออกเรียงสลับตรงข้าม มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมยาวประมาณ 6-8 มิลลิเมตร

ดอกดินแดง ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีม่วงแดงอ่อน มีลักษณะเป็นถ้วยคว่ำ อ้วน โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด โค้งงอ ส่วนกลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเหลืองอ่อน ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ดอกยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร กลีบดอกจะแตกออกเป็นแฉก 5 แฉก ดอกมีเกสรเพศผู้ 4 อัน และมีเกสรเพศเมีย 1 อัน ยอดเกสรเพศเมียสีเหลือง มีลักษณะอวบน้ำและมีขนาดใหญ่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 มิลลิเมตร ส่วนก้านดอกยาวประมาณ 15-40 เซนติเมตร โดยออกดอกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน

 ผลดอกดินแดง ลักษณะของผลเป็นรูปกลมไข่มีสีน้ำตาล ยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ผลเมื่อแก่จะแตกออก ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลขนาดเล็กจำนวนมาก โดยจะออกผลในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน

สรรพคุณของดอกดินแดง
ทั้งต้นและดอกใช้ทำเป็นยาชงกินแก้เบาหวาน (ทั้งต้น,ดอก)
ทั้งต้นมีรสนม เป็นยาเย็น มีพิษเล็กน้อย ออกฤทธิ์ต่อปอด ไต และทางเดินปัสสาวะ ใช้เป็นยาขับพิษร้อน ช่วยถอนพิษไข้ และทำให้เลือดเย็น (ทั้งต้น)
ช่วยแก้อาการเจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ (ทั้งต้น)
ช่วยติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (ทั้งต้น)[
ทั้งต้นนำไปแช่กับน้ำมันงาใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนัง (ทั้งต้น)[
ช่วยรักษาฝีบนผิวหนัง แก้ฝีภายนอก ด้วยการนำดอกสดมาตำผสมกับน้ำมันงาเล็กน้อย แล้วนำมาใช้พอกบริเวณที่เป็นฝี (ดอก)[1]
ช่วยแก้พิษงู ด้วยการใช้ดอกแห้ง 40 กรัม ชะมดเชียง 0.5 กรัม และตะขาบแห้ง 7 ตัว นำมาแช่ในน้ำมันงาประมาณ 15 วัน จึงสามารถนำมาใช้ทาบริเวณที่โดนพิษได้ (ดอก)[1]
ช่วยแก้แมลงสัตว์กัดต่อย (ทั้งต้น)[1]
ทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้บวม ช่วยแก้อาการปวดบวม (ทั้งต้น)[1],[2]
แก้ไขกระดูกอักเสบ ด้วยการใช้ต้นสด 30 กรัม นำมาตำคั้นเอาน้ำผสมกับผงชะเอม 5 กรัม หรือนำไปต้มกับน้ำรับประทาน (ต้น)[1]
advertisements

วิธีใช้สมุนไพรดอกดินแดง
การใช้ตาม [1] ให้ใช้ทั้งต้นแห้งครั้งละ 3-10 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทานเป็นยา หากนำมาใช้ภายนอกให้ใช้ต้นสดนำมาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็น[1]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของดอกดินแดง
การศึกษาพิษต่อระบบภูมิคุ้มกันของดอกดินแดงโดยใช้สารสกัดจากพืชทั้งต้นด้วยเอทานอล (DDDP) และน้ำ (WDDDP) และส่วนเมล็ดสกัดด้วยบิวทานอล (SDDD) พบว่าสารสกัดจากดอกดินแดงมีฤทธิ์กระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
จากการศึกษาพบว่าดอกดินแดงมีฤทธิ์ต้านพิษต่อตับ ต้านมะเร็ง กระตุ้น T-cell และช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่ยังทำการศึกษาวิจัยกันต่อไปยังไม่สามารถนำมาใช้ในการรักษาอาการดังกล่าวข้างต้นได้

ประโยชน์ของดอกดินแดง
ดอกมีรสจืดเย็น สามารถนำมาลวกหรือนึ่งรับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริกปลาร้า น้ำพริกแดงได้
ดอกสดหรือดอกแห้ง นำมาสกัดคั้นเอาแต่น้ำใช้เป็นสีผสมอาหารได้ โดยจะให้สีม่วง หรือสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ ใช้แต่งสีหน้าข้าวเหนียวให้เป็นสีม่วงดำ ที่เรียกว่า “หม่าข้าว” (สีของกลีบดอกมีสารออคิวบิน (Aucubin) เมื่อถูกออกซิไดส์จากออกซิเจนในอากาศแล้วจะเปลี่ยนสีดำ)
ดอกนำไปคั้นกับน้ำผสมกับข้าวเหนียวแล้วนำไปนึ่งจะทำให้ข้าวเป็นสีม่วง ที่เรียกว่า “ข้าวก่ำ“
ส่วนของดอกนำมาโขลกผสมกับแป้งและน้ำตาลใช้ทำเป็นขนมดอกดิน ด้วยการนำดอกสดไปผึ่งแดดให้พอหมาด แล้วนำมาสับรวมกับแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า และกะทิ ขนมชนิดนี้หากใส่ดอกดินแดงเพียงอย่างเดียวจะไม่เป็นสีดำ แต่จะเป็นน้ำตาลคล้ายกับกาแฟ หากใส่มากขึ้นจะทำให้ขนมมีรสขื่น จึงแต่งสีด้วยกาบมะพร้าวเผาไฟ แล้วนำไปนึ่งให้สุก

ข้อมูล : frynn.com/

Tags:


About the Author



ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Back to Top ↑